ก.พ. 23

หมู่บ้านใต้น้ำเชินพุง
ตั้งอยู่ในสถานที่ ๆ ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่งดงาม สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เคียวโย จนมาถึงสมัยราชวงศ์โชซัน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีค่า ต่อมาเมื่อครบกำหนดสร้างเขื่อนซุงจู เพื่อไม่ให้สิ่งก่อสร้างและสิ่งที่มีต่างๆ จมหายลงไปแบบกระจัดกระจายไปที่อื่น จึงได้ทำการย้ายหมู่บ้านแห่งนี้มายังที่ตั้งปัจจุบัน ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างทั้งหมด 54 หลัง ประกอบไปด้วย บ้านสไตล์พื้นเมืองต่างๆ สิ่งก่อสร้างสาธารณะ และโรงเรียนสอนศาสนาขงจื้อ นอกจากนี้ยังมีส่องของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันในสมัยก่อนที่รวบรวมมาได้กว่า 1,900 ชิ้น ซึ่งสถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การใช้เป็นที่ศึกษาวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีในสมัยก่อน และบางครั้งยังใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์แนวย้อนยุคของเกาหลีอีกด้วย

 ที่มา : http://learners.in.th/blog/korea/96495

Tagged with:
ก.พ. 15

มาที่กิมจิแลนด์เพื่อมาสัมผัสความเป็นกิมจิอย่างถึงกึ๋น อ๊ะ สัมผัสทำไมหนะเหรอ ก็กิมจิเป็นเครื่องเคียงที่เราจะต้องเจอมันทุกมื้อที่เกาหลีหนะสิ ถ้าเจอกันบ่อยขนาดนั้นมาดูกันว่าที่กิมจิแลนด์ หรือ ดินแดนแห่งกิมจิจะมีกิจกรรมอะไรให้เราทำกันบ้าง

วัตถุดิบในการทำกิมจิโดยทั่วไปแล้วจะเป็นผักกาดขาว, หัวผักกาด, กระเทียม, พริกแดง, หัวหอมใหญ่, ปลาหมึก, กุ้ง, หอยนางรม, หรืออาหารทะเลอื่นๆ, ขิง, เกลือ, และน้ำตาล

กิมจิมีมากมายหลายชนิดจากเอกสารของพิพิธภัณฑ์กิมจิในเมืองโซล กิมจิมีมากกว่า 187 ชนิดโดยจะแตกต่างกันตามถิ่นและสภาพอากาศ ตัวอย่างเช่นกิมจิหัวผักกาด เป็นหัวผักกาดล้วนไม่มีผักกาดขาวผสม กิมจิแตงกวายัดไส้ และกิมจิผักกาดขาวที่ถือว่าเป็นกิมจิที่รู้จักกันมากที่สุดในนานาชาติ ซึ่งจะเป็นการผสมผักกาดขาว พริกแดง กระเทียม ขิง และน้ำซุบจากปลากะตัก เข้าด้วยกันซึ่งผักกาดขาวควรจะเป็นผักกาดขาวจีน จึงจะได้กิมจิที่มีรสชาติดีและจัด หากทำจากผักกาดขาวชนิดอื่นจะทำให้กิมจิมีรสชาติที่อ่อนลง

นี่คือ Logo อย่างเป็นทางการของ กิมจิ ที่ออกแบบโดยรัฐบาลเกาหลี และ ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าของกิมจิจากเกาหลี

เอาหละ มาเรื่องกิมจิแลนด์ของเรากันดีกว่า ที่กิมจิแลนด์เนี่ย พอมาถึงเค้าก็จะให้เราไปเริ่มเรียนวิธีการทำกิมจิ เค้าจะให้เราใส่ผ้ากันเปื้อนก่อน แล้วจะมีคุณครูสอนทำกิมจิมาบรรยายและเราก็ทำตามเค้า คือเอาผักกาดมาห่อแล้วทาด้วยน้ำหมัก



เสร็จแล้วเราจะได้กิมจิหน้าตาออกมาประมาณนี้ และเราสามารถให้เค้าช่วย Pack ห่อกลับบ้านได้ด้วย จะได้เอาไปอวดที่บ้านว่ากิมจิฝีมือเรานี่มันสุดยอดขนาดไหน!!!


เมื่อทำกิมจิเสร็จแล้ว เราสามารถไปซื้อกิมจิที่เค้าทำเสร็จใหม่ๆ เพื่อกลับไปทานที่บ้านแบบฝีมือระดับมืออาชีพได้อีกด้วย เค้าก็จะ Pack ใส่ฟรอยแล้วใส่กล่องโฟมอย่างดี ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นแน่นอน

ที่มา : ilovetogo.com

Tagged with:
ก.พ. 02

พระราชวังเคียงบ๊อก พิพิธภัณท์พื้นบ้านพระราชวังเคียงบ๊อกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 สมัยราชวงศ์โซซอน เป็นศูนย์ บัญชาการและที่ประทับของกษัตริย์เมื่อสมัย600ปีก่อนเยี่ยมชมท้องพระโรงพลับพลากลางน้ำ ภายในพระราชวังมี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของชนชาติเกาหลีในอดีต ตลอดจนผ่านชม ทำเนียบและบ้านประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

สุดปลายทางด้านเหนือของ ถนนเซจองโน เราจะเห็น พระราชวังเคียงบกคุง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า นี่คือ พระราชวังเคียงบกคุง ที่เก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์โซซอน ซึ่งคุณจะได้ซึมซับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวเกาหลีอย่างลึกซึ้ง ในบริเวณพระราชวังนี้เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี และ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ ณ ที่สองแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมลักษณะเด่น ๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น พระที่นั่งคึนจองจอน ศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งตั้งอยู่กลางสระ ศาลายางวอนจอง หรืออาคารสิ่งปลูกสร้างอื่นหลายอาคาร ล่วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพเขียวขจีของสวนอันน่าอภิรมย์

ประตูจอนชุมมุน เเป็นประตูด้านตะวันออกของพระราชวัง จะเปิดออกสู่ ถนนซัมจองดองกิล ที่มีร้านขาย ฮันบก (ชุดประจำชาติ) และหอแสดงศิลปะหลายแห่ง ทางด้านเหนือสุดของถนนซัมจองดองกิล ซึ่งยาวออกไป 1 กม. ผ่านด้านหน้าของทำเนียบ ชองวาแด อันครึ้มไปด้วนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งแผ่กิ่งก้านมาบรรจบกันตรงกลางถนนและมีสวนหย่อมตกแต่งงดงามอยู่ข้างทางหลายแห่ง จึงเป็นที่ที่จะเดินเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ พอไปถึงปลายถนนเราก็จะเห็นสวน โรสออฟเชรอน และหอประชุมชุมชน เฮียวจาดองซารางบาง ซึ่งแสดงของกำนัลต่าง ๆ ที่ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ของเกาหลีได้รับและประวัติโดยละเอียดของกรุงโซล

ประวัติของพระราชวัง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงค์โชซอน อันเป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์ แทโจ ในจำนวนพระราชวังทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์นี้ พระราชวังเคียงบกคุง ถือเป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด

ที่มา : http://www.jpopkpop-music.com/travel/?p=81

Tagged with:
ก.พ. 01

พิพิธภัณฑ์ เทดดี้แบร์ สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 100 ปี เทดดี้ แบร์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1902 มีการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2001 โดยมีการแสดงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ตุ๊กตาหมี เทดดี้แบร์ สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งมีผู้นิยม เทดดี้แบร์ กันมาก กล่าวกันว่ามีนักสะสม เทดดี้แบร์ ทั่วโลกหลายล้านคน บางคนเสาะแสวงหา เทดดี้แบร์ โบราณ หรือ เทดดี้แบร์ ที่มีลักษณะเฉพาะ หรือเคยมีเจ้าของที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่ง เทดดี้แบร์เหล่านี้จะมีราคาแพง 

ภายในตัวอาคารเป็นการจัดแสดง ตุ๊กตาหมี จากทั่วโลก โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนประวัติ ส่วนของงานศิลปะ และส่วนของการแนะนำโครงการ ผู้ชมจะได้รู้จักกับประวัติ 100 ปี เทดดี้ แบร์ ซึ่งจะมีการนำเอา เทดดี้แบร์ ที่มีชื่อเสียง ตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบันมาแสดง รวมทั้ง เทดดี้แบร์ โบราณให้ได้ชมด้วย

นอกจากนี้ใน พิพิธภัณฑ์ ยังมี ตุ๊กตาหมี ที่แต่งกายและเลียนแบบงานศิลปะชื่อดัง เช่น โมนาลิซา, The Last Supper ซึ่งเป็นภาพวาดฝีมือ ลีโอนาร์โด ดาวินซี ส่วนที่ห้องศิลปะก็จะมีผลงานล่าสุดของศิลปินตุ๊กตาหมี (Teddy Bear Artist) ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก รวมทั้งตัว การ์ตูนเทดดี้แบร์ ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังมี เทดดี้ แบร์ ที่เล็กที่สุดในโลก ด้วยขนาดเพียง 4.5 มม. มาแสดงอีกด้วย

อีกทั้งภายในอาคารยังมีการจัดแสดง หมีเทดดี้ เป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนความเป็นอยู่ของชาวเกาหลี และประเทศอื่น ๆ ส่วนภายนอกอาคารที่จัดเป็นสวนก็ยังมีรูปปั้น เทดดี้แบร์ ในลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องเป็นราว เช่น ครอบครัวหมีดำของเกาหลี หรือสระน้ำที่ เทดดี้แบร์ มาตกปลากัน เป็นต้น

ที่มา : www.ilovetogo.com

Tagged with:
ม.ค. 29

พระราชวังถ็อกซูกุง ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าพระราชวังของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของเจ้าชายวอลซาน (1454-1488) ซึ่งเป็นพี่ชายของกษัตริย์ซองจองแต่ในยุคสมัยของกษัตริย์องค์ต่อมาได้ใช้เป็นพระราชวังหลัก โดยเฉพาะในยุคของกษัตริย์โกจองซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ก่อนสุดท้ายของราชวงศ์โชซอนทรงประทับที่พระราชวังนี้แม้แต่หลังจากที่ทรงถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1907 พระองค์ทรงประทับอยู่ที่พระราชวังนี้จนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1919กษัตริย์ซุนจองซึ่งเป็นโอรสและเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายได้พระราชทานชื่อพระราชวังนี้ซึ่งเรียกในปัจจุบันว่า ถ็อกซูกุง (ซึ่งแปลว่า พระราชวังแห่งอายุยืนยาวและมั่นคง) ด้วยความหวังว่าพระราชบิดาจะทรงพระชนม์ยืนยาวที่นี่

Tagged with:
ม.ค. 29

ที่เมืองโพซอง ในชอนลานัมโดนั้น มีสวนชาที่มีเจ้าของจับจองอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก และในบรรดาสวนชาเหล่านั้นเอง แทฮันทาวอน ก็เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า500ปี    ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเขาโอซอนบุน ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 350 เมตร เป็นสวนชาที่มีขนาดขอบเขตกว้างใหญ่กว่า 3,750 ไร่     โดยที่แทฮันทาวอนนั้น ยังถือได้ว่าเป็นสวนชาที่มีไว้เพื่อปลูกชาและสำหรับการท่องเที่ยวที่อันน่า ภาคภูมิใจทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และขนาดขอบเขตที่กว้างใหญ่มากที่สุดในเกาหลีอีกด้วย แต่โดยปกติแล้ว ชาวเกาหลีมักจะเรียกที่แห่งนี้ว่า “สวนชาเขียวแห่งเมืองโพซอง( 보성 녹차 밭-โพซอง โนกชา พัท )”

ที่แทฮันทาวอนแห่งนี้ ไม่เพียงแต่มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเท่านั้นที่มาเที่ยว แต่กลับเป็นสถานที่ที่มีจำนวนการเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำ ลังเพื่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่น ญี่ปุ่น,ไทย และไต้หวัน อีกด้วย ก็เพราะด้วยทิวทัศน์อันงดงามจนทำให้สวนชาแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่มีชื่อ เสียงในการ จัดถ่ายทำละครเช่นเรื่อง ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์(태왕사신기),Summer Scent(여름향기)    ภาพยนต์ เช่นเรื่อง Seon Mul(Present) (선물), Mokpo, Gangster’s Paradise(목포는 항구다)และโฆษณาอีกมากมาย

โดยปกติแล้วเราจะได้พบเห็นแต่ใบชาที่มีสีเขียวเท่านั้น แต่เมื่อถึงช่วงกลางเดือน 4 เป็นต้นไป จะถือได้ว่าเป็นช่วงโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยวชม เพราะนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับการเปลี่ยนสีของใบชา โดยทั่วทั้งสวนจะกลายเป็นสีเขียวอ่อนดูสดใสมีชีวิตชีวา อันเนื่องมาจากว่าเป็นช่วงที่ใบอ่อนของชาเขียวเริ่มผลิออกมานั้นเอง เมื่อเริ่มหิวหลังจากที่ได้เยี่ยมชมความงามของสวนชาแล้ว ก็ยังสามารถลงไปในสวนชาเพื่ออิ่มอร่อยกับกับอาหารเมนูต่างๆที่มีส่วนผสมของ ใบชาเขียว เช่น บะหมี่ดำ,บะหมี่เย็น,ข้าวยำและไอศครีม ที่มีวางไว้จำหน่ายมากมาย และในตอนช่วงปลายเดือน 5 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเก็บใบชานั้นเอง ก็จะมีการจัดงานเทศกาลที่เรียกว่า “เทศกาลชาเขียวแห่งโพซอง (보성 다향제- โพซอง ทายางเจ)”ขึ้นมา โดยในงานนี้ นักท่องเที่ยวจะสามารถสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆที่ถูกจัดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเก็บใบชา,การทำชา, ชมการแสดงละครพื้นบ้านและการแสดงดนตรีอีกด้วย

นอกจากนี้ในช่วงระหว่างตั้งแต่ปลายเดือน 4 จนถึงปลายเดือน 5 ที่ภูเขาอิลลิมที่ตั้งอยู่ทางใต้ของ อำเภอโพซองก็มีการจัดงาน “เทศกาลดอกช้อลจุกบาน (철쭉제- ช้อลจุกเจ)”ด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่สามารถดึงดูดนักปืนเขาได้อย่างมาก อันเนื่องมาจากสีสันอันสวยงามของดอกช้อลจุกที่กำลังเบ่งบานยาวตลอดเส้น ทางกว่า 2,500ไร่ เลยทีเดียว


ที่มา : Saranghey.com

Tagged with:
ม.ค. 27

หมู่บ้านนัมซานฮันอก
เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสรูปแบบวิถีชีวิตของชาว เกาหลี ในอดีต ผ่านอาคารบ้านเรือนที่ได้รับการบูรณะในสภาพที่ดั้งเดิมหลังจากย้ายมาจากตัว  เมืองโซล ขณะเดินไปรอบ ๆ หมู่บ้าน คุณจะได้เห็นสถาปัตยกรรมเกาหลีที่มีเอกลักษณ์ บ่อยครั้งที่นี่คือสถานที่จัดงานทางวัฒนธรรม รวมถึงงานแต่งงาน การแสดง ระบำหน้ากาก วาดภาพ และการสาธิตหัตถกรรมและออกร้าน หมู่บ้านตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ ภูเขานัมซาน มีสายน้ำไหลผ่านและมี ศาลาซอนนูกัก แหล่งอาศัยของนกกระเรียน แหล่งพักผ่อนที่มีชื่อเสียงในฤดูร้อนของ ราชวงศ์โชซอน แต่ในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบ้านชนชั้นสูงในสมัยเมื่อ 600 ปีที่แล้ว และหากเดินไปจนสุดปลายสวนจะพบ Time Capsul ที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง กรุงโซล ครบ 600 ปี โดยจะรอเปิดอีกใน 400 ปี ข้างหน้า (ค.ศ. 2394)

ที่มา : http://learners.in.th/blog/korea/90930

Tagged with:
ม.ค. 25

เกาะนามิซัม (Namiseom) หรือนามิโด (Namido Island) ตั้งอยู่ในเมืองชุนซอน จังหวัดคังวอน เป็นเกาะกลางแม่น้ำมีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะที่เกิดจากการสร้างเขื่อนชองเปียง (Cheongpyeong) กั้นแม่น้ำ Bukhan ชื่อของเกาะนามิถูกตั้งขึ้นตามชื่อของนายพลนามิ ทีรับราชกาชตั้งแต่อายุ17ปีและถููกประหารเพราะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การทำงานมากเกินไป ซึ่งเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียงมากในสมัยราชวงศ์โชซอน เกาะนามิเป็นเกาะที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในการใช้เวลาว่างเพื่อพักผ่อนของครอบครัวหรือคู่หนุ่มสาวนิยมใช้สถานที่นี้ในการออกเดท เพราะมีบรรยากาศที่โรแมนติก และที่สำคัญคืออยู่ห่างจากกรุงโซลเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง หากจะขึ้นแท็กซี่ไปเกาะนามิพูดว่า “นามิ ซอม คาโย” แปลเป็นไทยว่า “ไปเกาะนามิค่ะ” ฤดูใบไม้ร่วงเป็นเป็นช่วงเวลาที่เกาะนามิน่าหลงใหลเป็นที่สุดเพราะการเปลี่ยนสีแดงสีเหลืองของบรรดาใบไม้บนเกาะนั้น ยิ่งทำให้บรรยากาศบนเกาะนามิโรแมนติกยิ่งขึ้น และที่พลาดไม้ได้เพราะเป็นไฮไลท์ของเกาะนามิคือ รูปถ่ายขนาดตัวจริงของ เบยองจุน และ แชงจีอู คู่พระนางในละคร winter love song หรือเพลงรักในสายลมหนาว และทิวสนต้นใหญ่หลายต้นที่ยืนตั้งตระง่านเรียงรายคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวรอให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปความประทับใจไว้เป็นความทรงจำว่ากาลครั้งหนึ่งได้เคยเดินทางมา ณ เกาะนามิ นอกจากนี้ก็ยังมีศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละครเกาะนามินี้ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ เช่น ขี่จักรยาน สกีน้ำ พายเรือ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ เล่นเลื่อนหิมะ และชม ฟาร์มนกกระจอกเทศ ห่างจากกรุงโซล เพียง 63 กิโลเมตร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถคารวะ สุสานนายพลนามิ ซึ่งเป็นเจ้าของเกาะ เช่าจักรยานเที่ยวรอบเกาะ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ แมกไม้ ทิวสน ต้นเกาลัดได้อีกด้วย
วิธีเดินทางไปเกาะนามิ จากกรุงโซลไป Gapyeong

โดยรถประจำทาง :
ให้ซื้อตั๋วรถประจำทางที่จะไปชุนชอนที่สถานีรถ Sangbong หรือสถานี Dong ไปลงที่สถานี Gapyeong ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง

โดยรถไฟ :
ให้นั่งรถไฟสาย Gyeongchun จากสถานี Cheongnyang-ni ไปลงที่สถานี Gapyeong ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 20 นาที• จาก Gapyeong ไปเกาะนามิ

โดยรถประจำทาง :
รถประจำทางวิ่งจากสถานี Gapyeong ไปท่าเรือเกาะนามิ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที

โดยรถแท็กซี่ :
จากสถานี Gapyeong ไปท่าเรือเกาะนามิ ใช้เวลาเดินทางประมาณ10 นาที

ที่มา : tourtooktee.com

Tagged with:
ม.ค. 22

ปัจจุบันการต่อสู้ไม่ได้เป็นแค่วิชาการป้องกันตัว หรือเป็นเพียงแค่เกมกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะและการแสดงที่แม้ไม่ต้องใช้คำพูด แต่ด้วยท่วงท่าและลีลาอันสวยงามก็เป็นภาษาสากลที่สามารถสร้างความเข้าใจระหว่างกันได้ พร้อมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ…ดังเช่นกรณีของ JUMP Show

เสียงหัวเราะดังเป็นระยะ สลับกับเสียงปรบมือกึกก้องทุกครั้งที่ผู้แสดงบนเวทีมีการโชว์ลีลาศิลปะป้องกันตัวในท่าทางที่โลดโผน กระโจนขึ้นฟ้าบ้าง ตีลังกาบ้าง กระโดดเตะบ้าง ฯลฯ เกิดขึ้นทุกรอบของการแสดง “JUMP” ที่จัดขึ้น ณ สยามพารากอนฮอลล์ เมื่อราวกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

“จั๊มป์” เป็นละครเวทีรูปแบบใหม่จากประเทศเกาหลี เป็นละครใบ้ที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่การนำเสนอศิลปะการต่อสู้แบบโบราณของเกาหลี ได้แก่ เทควันโด้และเทคยอน ผสมผสานกับศิลปะการต่อสู้ของชนชาติอื่นในแถบเอเชีย เช่น กังฟู คาราเต้ กระบี่กระบอง และมวยจีน โดยมีมุกตลกขำขันเป็นเสมือน “ผงชูรส”

สุนทรีย์ในการสร้างเสียงหัวเราะของจั๊มป์ไม่ได้มาจากมุก “ตลกเจ็บตัว” เหมือนการแสดงตลกคาเฟ่บ้านเรา และก็ไม่ได้ชูจุดขายอยู่ที่การแสดงแบบ “เล่นจริง เจ็บจริง” แต่เป็นการแสดงความสวยงามในท่วงท่าลีลาของวิชาศิลปะป้องกันตัว และความสามารถในการแสดงภาพทุกแง่มุมของร่างกายผ่านการแสดงตลก ศิลปะการป้องกันตัว กายกรรมผาดโผน และการเต้นรำ

นักแสดงของจั๊มป์ส่วนใหญ่เป็นแชมป์ยิมนาสติก บ้างก็เป็นนักกีฬาเทควันโดสายดำ ส่วนคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานสองด้านนี้มาก่อนก็ต้องฝึกฝนหนักกว่าคนอื่นหลายเท่า แต่ถึงแม้จะมีพื้นฐานกันมาแล้ว นักแสดงทุกคนก็ยังต้องได้รับการฝึกฝนอย่างหนักต่อเนื่องมาตลอด 3 ปีทั้งทางด้านการแสดงและละครใบ้

สำหรับรูปแบบและไอเดียของการแสดงชุดนี้ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในปี 2542 จากนั้นบทภาพยนตร์ก็ถูกเขียนขึ้นในชื่อเรื่อง “เครซี่ แฟมิลี” (CRAZY FAMILY) เมื่อปี 2544 และ 8 เดือน

นับจากนั้น ทีมนักแสดงทั้งหมดก็เข้ารับการฝึกฝนด้านกายกรรมโดยการดูแลของโค้ชยิมนาสติกหญิงทีมชาติ เพื่อเตรียมแสดงละครใบ้ครั้งแรก

ในปี 2546 การแสดงชุดนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น JUMP (จั๊มป์) และเปิดการแสดงในโรงละครหลายแห่งในเกาหลี และในปี 2549 พวกเขาก็มีโรงละครในกรุงโซลเป็นของตัวเองชื่อว่า “JUMP Theatre” ขนาด 376 ที่นั่ง เปิดแสดงทุกวัน เฉลี่ยวันละ 2 รอบ หลังจากนั้น 1 ปีก็เปิดโรงละครชื่อเดียวกันในเมืองปูซาน และยังเปิดโรงละคร Union Square ในมหานครนิวยอร์กอีกด้วย

ความสำเร็จของจั๊มป์อาจวัดได้จากจำนวนรอบแสดงที่มากกว่า 3 พันรอบ มีผู้ชมมากกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก และนับตั้งแต่ปี 2548 การแสดงชุดนี้ได้เดินทางไปเปิดการแสดงมาแล้วในหลากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ อิสราเอล สหรัฐอเมริกา จีน กรีซ สเปน ญี่ปุ่นอินเดีย ฮ่องกง มาเก๊า ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ บาห์เรน และในปีนี้นักแสดงจั๊มป์ยังมีทัวร์แสดงรอบโลกอีกด้วย

การแสดงจั๊มป์ในประเทศไทยครั้งที่ผ่านมาถือเป็นครั้งแรก โดยมี BEC Tero เป็นหัวเรือใหญ่ในการนำการแสดงนี้เข้ามา ภายใต้การสนับสนุนขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเกาหลี

ในประเทศไทย ความนิยมของจั๊มป์ดูได้จากจำนวนบัตรที่ขายได้มากถึง 15,000 ใบ ภายใน 5 วัน หรือเพียง 7 รอบที่เปิดแสดง ทั้งนี้ ทีมงานของ BEC Tero ถึงกับบอกว่าตัวเลขดังกล่าวมากเกินความคาดหวัง จนเรียกได้ว่า โชว์ชุดนี้ขายดีไม่แพ้ละครบรอดเวย์ ชื่อดังอย่าง CAT ทั้งที่เรื่องหลังนี้ใช้งบโปรโมตเยอะกว่ามาก และเมื่อเห็นผลตอบรับของจั๊มป์ BEC Tero ก็ตัดสินใจนำละครเวทีจากเกาหลีที่มีชื่อว่า “Break Out” เข้ามาเปิดแสดงในช่วงเดือนตุลาคมนี้

ทั้งนี้ ความสำเร็จเหล่านี้ของการแสดงจั๊มป์ ส่วนหนึ่งย่อมมาจากความสามารถของนักแสดงศิลปะการต่อสู้ทุกคน แต่จะว่าไปแล้ว นักแสดงศิลปะการต่อสู้ หรือ “สตั๊นท์แมน” คนไทยเองก็มีความสามารถในการแสดงและการต่อสู้ไม่แพ้กัน สตั๊นท์แมนคนไทยไม่น้อยที่ทางทีมงาน Hollywood ให้การยอมรับ เช่น วิโรจน์ แซ่โล้ว สตั๊นท์แมนหนุ่มจากอุดรธานี ปัจจุบันเป็นหัวหน้าสตั๊นท์แมนทำงานให้กับเฉินหลงมาหลายเรื่อง หรือจาพนม ยีรัมย์ อดีตสตั๊นท์แมนที่มีทักษะสูงจนได้เลื่อนขั้นเป็นดารานักบู๊ชื่อดังก้องโลก เป็นต้น

นักแสดงจั๊มป์อาจไม่ต่างจากกลุ่มสตั๊นท์แมนที่ได้รับการผลักดันและสนับสนุนให้ก้าวขึ้นมาเป็น “ดารา” ขณะที่สตั๊นท์แมนคนไทยก็ดูไม่ต่างจากผู้รับจ้าง “เล่นแทน-เจ็บแทน” นักหากยังต้องแสดงในแบบ “เล่นจริง เจ็บจริง” และแน่นอนว่า รายได้และศักดิ์ศรีก็ย่อมเทียบกันไม่ได้ ถึงแม้ฝีไม้ลายมืออาจจะใกล้กัน

ขณะที่รัฐบาลเกาหลีกำลังสนับสนุนให้นักแสดงจั๊มป์ออกไปทำการแสดงรอบโลก เพราะเห็นว่านี่ไม่ใช่เพียงชื่อเสียงและรายได้มหาศาล แต่ยังเป็นการเผยแพร่และส่งออกศิลปะการต่อสู้และวัฒนธรรมเกาหลีไปทั่วโลก…ส่วนประเทศไทยดูเหมือนยังไม่เห็นความสำคัญกับการพัฒนาวงการสตั๊นท์แมนมากนัก 

เครดิต 
ข้อมูลจาก : www.ilovetogo.com
รูปภาพจาก : www.kims-korea.com

Tagged with:
ม.ค. 19

srawberrysrawberrysrawberrysrawberry

เห็นภาพแล้วอยากทานจังเลยอ่ะ อะไรจะใหญ่โตขนาดนั้น แดงมากๆๆ สุดยอด เพราะว่าตอนนี้ที่ประเทศเกาหลีเขากำลังเป็นเทศกาลของผลไม้ สตอเบอร์รี่ จะมีทุกเดือน “เมษายน”ของทุกปี  น่าอิจฉาคนเกาหลีจริงๆ เลยอ่ะ ที่ได้ทานของอร่อยๆ น่ากิจขนาดนี้  คนเกาหลีคงจะมีความสุขน่าดูเลยเนอะที่ได้ทานกันเนี่ย อยากทานมั้งจัง 
ที่มา : Saranghey.com

Tagged with:

preload preload preload