มี.ค. 22

เขานัมซานเป็นที่ตั้งของหอคอยแห่งกรุงโซล หรือ Seoul Tower ซึ่งการที่ Seoul Tower ตั้งอยู่บนเขานั้น ทำให้ไม่มีอะไรไปบังทัศนียภาพจากบนหอคอย ทำให้เราสามารถมองวิวเมืองโซลได้กว้างไกล


การขึ้นไปบนเขานัมซานก็ไม่ยาก โดยเราสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าจากสถานีเนินเขา หรือ เดินขึ้นบันไดผ่านสวนพฤกษศาสตร์นัมซานไปก็ได้
ทางด้านเหนือของเขานัมซานจะมี Korea House เป็นแหล่งวัฒนธรรมเก่าของเกาหลี มีบริการอาหารพื้นเมืองและชมการแสดงต่าง ๆ ในบรรยากาศที่หรูหรา และเราสามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากช่างฝีมือชาวเกาหลีได้จากที่นี่ด้วย

ที่มา : www.ilovetogo.com

Tagged with:
มี.ค. 19

ป้อมฮวาซองสถานที่ ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองซูวอนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1997 ด้วยที่ว่ามีอายุมากกว่า 200 ปี บวกกับความยิ่งใหญ่และสวยงามของป้อมปราการนี้ ความยาวของกำแพงโดยรอบยาวถึง 5.5 กิโลเมตร ครั้งแรกป้อมนี้ถูกสร้างล้อมรอบเมืองซูวอน โดยจะมีประตูประจำอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทิศเหนือมีชื่อว่า จังอันมุน ( Janganmun ) ทิศใต้เรียกว่า พัลทัลมุน ( Pandalmun ) ทิศตะวันออกคือ ชางนยูงมูน ( Changryongmun) และทิศใต้คือ ฮวาซอมุน ( Hwaseomun ) ภายในป้อมปราการนี้มี พระราชวัง Hwaseong Haenggung Palace

ในการชมป้อมฮวาซอง มีสองทางให้เลือก ทางที่หนึ่งคือเดินด้วยลำแข้งของตัวเองและอีกทางหนึ่งคือนั่งรถหัวมังกรชม บรรยากาศรอบ ๆ แต่ถ้าจะให้แนะนำนะครับ สำหรับใครที่คิดว่าอึดและพอจะมี เวลาซัก 3-4 ชั่วโมง หรือครึ่งวันล่ะก็ แนะนำให้เดินครับ ถึงระยะทางค่อนข้างยาวไกลสักหน่อย ( 5 กิโลกว่า ๆ เอง ) แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มเพราะคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศและถ่ายรูปเก็บไว้เป็น ที่ระลึกอย่างเต็มที่

แต่ถ้าใครที่คิดว่า เดินเองไม่ไหวก็ควรนั่งรถหัวมังกรนะครับ อย่าฝืน เดี๋ยวจะลำบากคนที่ไปด้วย ใครที่ต้องการใช้บริการรถหัวมังกรนี้สามารถไปใช้บริการได้ที่ ประตูพัลทัลมุน ( Pandalmun ) และประตูชางนยูงมูน ( Changryongmun) ได้ตั้งแต่เวลา 10.00-17.50 น. ค่าบริการ 1500 วอนเท่านั้นเอง ( รถจะหยุดให้บริการวันจันทร์ ฝนตก หิมะตก นะครับ ) แต่อาจจะต้องทำใจหน่อยนะครับ เพราะคงถ่ายรูปได้น้อยหรืออาจจะไม่ได้เลยเพราะเค้าตั้งอกตั้งใจวิ่งจริง ๆ ความเร็วอาจจะไม่เท่าไรแต่เค้าไม่หยุดให้เราถ่ายรูปเท่านั้นเอง แต่ถ้าอยาก ได้รูปสวย ๆ ล่ะก็พอมีวิธีนะครับ ตั้งกล้องเตรียมไว้แล้วรั่วแบบไม่ยั้งวิธีนี้คงจะได้รูปสวย ๆบ้าง 555+ และไกด์ที่ประจำอยู่บนรถจะบรรยายเป็นภาษาเกาหลีล้วน ๆ ครับ ( No Sub Thai )

นอกจากความสวยงามของ ตัวป้อมแล้วบริเวณลานกว้างจะเป็นสนามยิงธนู นักท่องเที่ยวสามารถลองยิงธนูได้นะครับ แนะนำให้ลองยิงกันดูเห็นคนอื่นยิงเข้าเป้าเหมือนง่าย แต่พอไปลองยิงดูเองแล้วจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วมันยากมากเลย….

และทุก ๆ วันอาทิตย์ เวลา 14.00-15.00 น. ของเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ด้านหน้าพระราชวังจะมีการแสดงโชว์ เป็นการแสดงการใช้อาวุธต่าง ๆ นักแสดงจะแต่งกายเป็นนักรบเกาหลีโบราณออกมาวาดลวดลายในการต่อสู้ในรูปแบบ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาบ หอก และการยิงธนู บอกได้เลยว่าน่าตื่นเต้นมาก ๆ

หลังจากชมกระแสดงที่ หน้าตื่นตาตื่นใจแล้ว ภายในพระราชวังก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กันโดยเค้าจะเปิดให้นักท่องเที่ยว เข้าชมตั้งแต่ห้องขันที ห้องพักน้างข้าหลวง ไปจนถึงห้องประทับของกษัตย์ เลยทีเดียว แต่จะมีจุดหนึ่งที่เรียกนักท่องเที่ยวได้อย่างมากมายคืออาคารที่ใช้ถ่ายทำ ละครเรื่องแดจังกึมนั้นเอง ในส่วนนี้จะมีการจัดแสดงชุดแต่งกายต่าง ๆ ที่ใช้ในการแสดงละครมาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ที่มา : www.ilovetogo.com

Tagged with:
มี.ค. 18

หอคอยนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซล ตัวหอคอยมีความสูงเกือบ 240 เมตร ซึ่งบางครั้งก็ถูกเรียกว่า “นัมซันทาวเวอร์” เพราะหอคอยตั้งอยู่บนภูเขานัมซานซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับชมวิว ทิวทัศน์ของกรุงโซล โดยเฉพาะในช่วงเวลาค่ำคืนนั้น จะเห็นสภาพบ้านเมืองของกรุงโซล ด้านล่างเต็มไปด้วยแสงสีต่างๆ อธิบายไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไงที่รู้ ๆ คือประทับใจมาก

หอคอยกรุงโซล ( Seoul Tower )

ที่หอคอยแห่งนี้มีซีรีย์หลายๆ เรื่องมาถ่ายที่นี่ ทำให้ความดังยิ่งทวีความฮิตเข้าไปใหญ่ เพราะแต่ละครั้งที่มีคนมา จะต้องได้ยินประโยคซ้ำๆ ว่าตรงนี้เคยถ่ายเรื่องนี้ไง ตอนนั้นตอนนี้ของซีรีย์ เราเองก็ยังเป็น มันเหมือนอดมีส่วนร่วมไม่ได้ นี่ล่ะมั้ง…ที่เขาถึงว่าซีรีย์เกาหลีเป็นตัวนำคนมาเที่ยวได้ดีที่สุด ทางขึ้น Seoul tower มี 2 วิธี จะเดินขึ้นด้วยลำแข้ง หรือขึ้นกระเช้าไปก็ได้ ถ้าขึ้นกระเช้าก็เสียเงินนิดหน่อย ได้ดูวิวจากมุมสูงไปตลอดทาง ถ้าขึ้นตอนเช้า จะได้บรรยากาศอีกแบบขึ้นตอนกลางคืนก็ได้อีกแบบ เคยลองขึ้นทั้ง 2 ครั้งแล้ว รู้สึกจะชอบตอนเช้ามากกว่านะ มันสดชื่นดี ถ้าตอนกลางคืนจะเห็นทั้งเมืองเป็นสีๆ ของแสงไฟ ให้อารมณ์เหงา ๆ พิกล

แต่จะกลางวันหรือกลางคืน คนก็คึกคักตลอดเวลาคนเกาหลีเองก็นิยมมา ขึ้นมาดูวิวถ่ายรูปแล้วก็กลับถ้าอยากขึ้นไปถึงข้างบนสุดก็ต้องเสียตังค่า ลิฟท์ขึ้นไปข้างบนเป็นเหมือนหอคอยทั่วไป มีจุดชมวิวให้เราถ่ายรูปเล่น ถ้าสังเกตบนกระจกแต่ล่ะบานจะมีชื่อประเทศอื่นและระยะทางอยู่นั้นล่ะที่น่า สนใจ แต่ถ้าถามว่าเห็นมั้ยขอไม่ตอบล่ะกันอันนี้คงต้องไปดูเองแล้วล่ะ

คู่รักเอากุญแจที่มีชื่อตัวเองกับคนรักเชื่อว่าจะรักกันตลอดไป

และที่เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ การที่มีคู่รักเดินขึ้นไปแล้วเอากุญแจที่มีชื่อตัวเองกับคนรักเขียนแล้วนำไป ล็อคไว้ จากนั้นก็จะโยนลูกกุญแจทิ้ง…เป็นเคล็ดว่ารักเราทั้งสองคนจะอยู่ด้วยกัน ตลอดไป ไม่มีใครมาพลัดพลาก.. อยากพาแฟนมาทำแบบนี้บ้างอ่ะดิ เอาล่ะถ้าคิดแบบนี้ได้แล้วจะรอช้าอยู่ใยรีบชวนสาวเจ้าไปคล้องกุญแจกันดีกว่า รับรองสาวเจ้ารักตายเลย….ฮิฮิ

ด้านล่างของ Seoul Tower จะมี Teddy Bear Museum อยู่ด้วย รูปแบบก็จะเป็นประวัติและรูปแบบการใช้ชีวิตของชาวเกาหลีตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน

ที่มา : www.ilovetogo.com

Tagged with:
มี.ค. 17

คลองชองกเยชอน(ฮันกึล: 청계천) เป็นคลองโบราณในสมัยราชวงศ์โชซอน อายุกว่า 600 ปี ความยาวประมาณ 5.84 กิโลเมตร ไหลผ่านย่านใจกลางกรุงโซล แต่ในช่วงค.ศ. 1957-ค.ศ. 1977 ได้มีการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด ทำให้คลองถูกถมลงเป็นถนนและทางด่วน เกิดตึกสูงมากมาย คลองชองกเยชอนก็เริ่มเน่าเสียและตื้นเขิน เรียงไปด้วยชุมชนแออัด


กระทั่งปีค.ศ. 2002 นายลี มยองปากได้รับตำแหน่งเป็นผู้ว่าการกรุงโซล เขาได้เสนอโครงการฟื้นฟูคลองชองกเยชอน โดยมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่อต้านจำนวนมาก จนต้องมีการประชุมร่วมกันมากกว่า 2,000 ครั้ง แต่โครงการก็เริ่มขึ้นได้ด้วยดีในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2003 โดยเริ่มทุบทางด่วน และรื้อถนนโดยรอบมากมาย จนแล้วเสร็จในปีค.ศ. 2005 มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม  ใช้งบประมาณกว่า 380,000,000,000 วอน หรือราวๆ 1 หมื่นล้านบาท พร้อมกับฟื้นฟูธรรมชาติสองฝั่งคลอง ขุดท่อผันน้ำจากแม่น้ำฮันเข้ามาที่ต้นคลอง มีการสร้างน้ำพุตลอดแนว และมีน้ำตกเป็นแนวกั้นน้ำฝน มีสะพานกว่า 22 แห่ง และทางเดินเลียบคลอง จนปัจจุบันคลองชองกเยชอนได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากในกรุงโซล

ที่มา : www.ilovetogo.com

Tagged with:
ก.พ. 23

หมู่บ้านใต้น้ำเชินพุง
ตั้งอยู่ในสถานที่ ๆ ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่งดงาม สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เคียวโย จนมาถึงสมัยราชวงศ์โชซัน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีค่า ต่อมาเมื่อครบกำหนดสร้างเขื่อนซุงจู เพื่อไม่ให้สิ่งก่อสร้างและสิ่งที่มีต่างๆ จมหายลงไปแบบกระจัดกระจายไปที่อื่น จึงได้ทำการย้ายหมู่บ้านแห่งนี้มายังที่ตั้งปัจจุบัน ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างทั้งหมด 54 หลัง ประกอบไปด้วย บ้านสไตล์พื้นเมืองต่างๆ สิ่งก่อสร้างสาธารณะ และโรงเรียนสอนศาสนาขงจื้อ นอกจากนี้ยังมีส่องของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันในสมัยก่อนที่รวบรวมมาได้กว่า 1,900 ชิ้น ซึ่งสถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การใช้เป็นที่ศึกษาวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีในสมัยก่อน และบางครั้งยังใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์แนวย้อนยุคของเกาหลีอีกด้วย

 ที่มา : http://learners.in.th/blog/korea/96495

Tagged with:
ก.พ. 02

วัดบงอึนซา เป็นพุทธศาสนสถานใน กังนัมกู ในโซล ประเทศเกาหลีใต้ วัดบงอึนซาถูกสร้างขึ้นในปี 794 ในสมัยกษัตริย์วอนซุง โดยพระที่ชื่อว่า ยอน โฮ ชื่อเดิมว่า กงซุงซา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เนินเขาซูโด ในซัมซุงดง โดยข้ามถนนจากห้าง COEX

ในสมัยราชวงศ์โจซอน ศาสนาพุทธในเกาหลีถูกกดดันเป็นอย่างมาก ต่อมาวัดบงอึนซาก็ถูกบูรณะใหม่ในปี 1498 โดยพระราชินีแห่งราชวงศ์โจซอน และได้รับการสนับสนุนจากพระราชินีมุนจอง ซึ่งเป็นผู้ฟื้นฟูศาสนาพุทธในเกาหลีในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 วัดบงอึนซาแห่งนี้จึงเป็นวัดหลักของศาสนาพุทธนิกายเซนในปี 1551

ในปี 1939 วัดบงอึนซาถูกเผาทำลายในช่วงสงครามเกาหลี แต่โชคดีที่ยังมีบางส่วนของวัดที่รอดพ้นจากการถูกเผาไปได้ วัดถูกบูรณะใหม่อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งวันนี้วัดบงอึนซากลับมายิ่งใหญ่สวยงามเป็นอีกหนึ่งศาสนสถานที่เป็น ที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ที่มา : www.ilovetogo.com

Tagged with:
ก.พ. 02

พระราชวังเคียงบ๊อก พิพิธภัณท์พื้นบ้านพระราชวังเคียงบ๊อกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 สมัยราชวงศ์โซซอน เป็นศูนย์ บัญชาการและที่ประทับของกษัตริย์เมื่อสมัย600ปีก่อนเยี่ยมชมท้องพระโรงพลับพลากลางน้ำ ภายในพระราชวังมี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของชนชาติเกาหลีในอดีต ตลอดจนผ่านชม ทำเนียบและบ้านประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

สุดปลายทางด้านเหนือของ ถนนเซจองโน เราจะเห็น พระราชวังเคียงบกคุง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า นี่คือ พระราชวังเคียงบกคุง ที่เก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์โซซอน ซึ่งคุณจะได้ซึมซับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวเกาหลีอย่างลึกซึ้ง ในบริเวณพระราชวังนี้เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี และ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ ณ ที่สองแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมลักษณะเด่น ๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น พระที่นั่งคึนจองจอน ศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งตั้งอยู่กลางสระ ศาลายางวอนจอง หรืออาคารสิ่งปลูกสร้างอื่นหลายอาคาร ล่วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพเขียวขจีของสวนอันน่าอภิรมย์

ประตูจอนชุมมุน เเป็นประตูด้านตะวันออกของพระราชวัง จะเปิดออกสู่ ถนนซัมจองดองกิล ที่มีร้านขาย ฮันบก (ชุดประจำชาติ) และหอแสดงศิลปะหลายแห่ง ทางด้านเหนือสุดของถนนซัมจองดองกิล ซึ่งยาวออกไป 1 กม. ผ่านด้านหน้าของทำเนียบ ชองวาแด อันครึ้มไปด้วนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งแผ่กิ่งก้านมาบรรจบกันตรงกลางถนนและมีสวนหย่อมตกแต่งงดงามอยู่ข้างทางหลายแห่ง จึงเป็นที่ที่จะเดินเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ พอไปถึงปลายถนนเราก็จะเห็นสวน โรสออฟเชรอน และหอประชุมชุมชน เฮียวจาดองซารางบาง ซึ่งแสดงของกำนัลต่าง ๆ ที่ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ของเกาหลีได้รับและประวัติโดยละเอียดของกรุงโซล

ประวัติของพระราชวัง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงค์โชซอน อันเป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์ แทโจ ในจำนวนพระราชวังทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์นี้ พระราชวังเคียงบกคุง ถือเป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด

ที่มา : http://www.jpopkpop-music.com/travel/?p=81

Tagged with:
ก.พ. 01

พิพิธภัณฑ์ เทดดี้แบร์ สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 100 ปี เทดดี้ แบร์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1902 มีการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2001 โดยมีการแสดงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ตุ๊กตาหมี เทดดี้แบร์ สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งมีผู้นิยม เทดดี้แบร์ กันมาก กล่าวกันว่ามีนักสะสม เทดดี้แบร์ ทั่วโลกหลายล้านคน บางคนเสาะแสวงหา เทดดี้แบร์ โบราณ หรือ เทดดี้แบร์ ที่มีลักษณะเฉพาะ หรือเคยมีเจ้าของที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่ง เทดดี้แบร์เหล่านี้จะมีราคาแพง 

ภายในตัวอาคารเป็นการจัดแสดง ตุ๊กตาหมี จากทั่วโลก โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนประวัติ ส่วนของงานศิลปะ และส่วนของการแนะนำโครงการ ผู้ชมจะได้รู้จักกับประวัติ 100 ปี เทดดี้ แบร์ ซึ่งจะมีการนำเอา เทดดี้แบร์ ที่มีชื่อเสียง ตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบันมาแสดง รวมทั้ง เทดดี้แบร์ โบราณให้ได้ชมด้วย

นอกจากนี้ใน พิพิธภัณฑ์ ยังมี ตุ๊กตาหมี ที่แต่งกายและเลียนแบบงานศิลปะชื่อดัง เช่น โมนาลิซา, The Last Supper ซึ่งเป็นภาพวาดฝีมือ ลีโอนาร์โด ดาวินซี ส่วนที่ห้องศิลปะก็จะมีผลงานล่าสุดของศิลปินตุ๊กตาหมี (Teddy Bear Artist) ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก รวมทั้งตัว การ์ตูนเทดดี้แบร์ ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังมี เทดดี้ แบร์ ที่เล็กที่สุดในโลก ด้วยขนาดเพียง 4.5 มม. มาแสดงอีกด้วย

อีกทั้งภายในอาคารยังมีการจัดแสดง หมีเทดดี้ เป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนความเป็นอยู่ของชาวเกาหลี และประเทศอื่น ๆ ส่วนภายนอกอาคารที่จัดเป็นสวนก็ยังมีรูปปั้น เทดดี้แบร์ ในลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องเป็นราว เช่น ครอบครัวหมีดำของเกาหลี หรือสระน้ำที่ เทดดี้แบร์ มาตกปลากัน เป็นต้น

ที่มา : www.ilovetogo.com

Tagged with:
ม.ค. 29

พระราชวังถ็อกซูกุง ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าพระราชวังของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของเจ้าชายวอลซาน (1454-1488) ซึ่งเป็นพี่ชายของกษัตริย์ซองจองแต่ในยุคสมัยของกษัตริย์องค์ต่อมาได้ใช้เป็นพระราชวังหลัก โดยเฉพาะในยุคของกษัตริย์โกจองซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ก่อนสุดท้ายของราชวงศ์โชซอนทรงประทับที่พระราชวังนี้แม้แต่หลังจากที่ทรงถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1907 พระองค์ทรงประทับอยู่ที่พระราชวังนี้จนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1919กษัตริย์ซุนจองซึ่งเป็นโอรสและเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายได้พระราชทานชื่อพระราชวังนี้ซึ่งเรียกในปัจจุบันว่า ถ็อกซูกุง (ซึ่งแปลว่า พระราชวังแห่งอายุยืนยาวและมั่นคง) ด้วยความหวังว่าพระราชบิดาจะทรงพระชนม์ยืนยาวที่นี่

Tagged with:
ม.ค. 29

ที่เมืองโพซอง ในชอนลานัมโดนั้น มีสวนชาที่มีเจ้าของจับจองอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก และในบรรดาสวนชาเหล่านั้นเอง แทฮันทาวอน ก็เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า500ปี    ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเขาโอซอนบุน ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 350 เมตร เป็นสวนชาที่มีขนาดขอบเขตกว้างใหญ่กว่า 3,750 ไร่     โดยที่แทฮันทาวอนนั้น ยังถือได้ว่าเป็นสวนชาที่มีไว้เพื่อปลูกชาและสำหรับการท่องเที่ยวที่อันน่า ภาคภูมิใจทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และขนาดขอบเขตที่กว้างใหญ่มากที่สุดในเกาหลีอีกด้วย แต่โดยปกติแล้ว ชาวเกาหลีมักจะเรียกที่แห่งนี้ว่า “สวนชาเขียวแห่งเมืองโพซอง( 보성 녹차 밭-โพซอง โนกชา พัท )”

ที่แทฮันทาวอนแห่งนี้ ไม่เพียงแต่มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเท่านั้นที่มาเที่ยว แต่กลับเป็นสถานที่ที่มีจำนวนการเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำ ลังเพื่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่น ญี่ปุ่น,ไทย และไต้หวัน อีกด้วย ก็เพราะด้วยทิวทัศน์อันงดงามจนทำให้สวนชาแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่มีชื่อ เสียงในการ จัดถ่ายทำละครเช่นเรื่อง ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์(태왕사신기),Summer Scent(여름향기)    ภาพยนต์ เช่นเรื่อง Seon Mul(Present) (선물), Mokpo, Gangster’s Paradise(목포는 항구다)และโฆษณาอีกมากมาย

โดยปกติแล้วเราจะได้พบเห็นแต่ใบชาที่มีสีเขียวเท่านั้น แต่เมื่อถึงช่วงกลางเดือน 4 เป็นต้นไป จะถือได้ว่าเป็นช่วงโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยวชม เพราะนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับการเปลี่ยนสีของใบชา โดยทั่วทั้งสวนจะกลายเป็นสีเขียวอ่อนดูสดใสมีชีวิตชีวา อันเนื่องมาจากว่าเป็นช่วงที่ใบอ่อนของชาเขียวเริ่มผลิออกมานั้นเอง เมื่อเริ่มหิวหลังจากที่ได้เยี่ยมชมความงามของสวนชาแล้ว ก็ยังสามารถลงไปในสวนชาเพื่ออิ่มอร่อยกับกับอาหารเมนูต่างๆที่มีส่วนผสมของ ใบชาเขียว เช่น บะหมี่ดำ,บะหมี่เย็น,ข้าวยำและไอศครีม ที่มีวางไว้จำหน่ายมากมาย และในตอนช่วงปลายเดือน 5 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเก็บใบชานั้นเอง ก็จะมีการจัดงานเทศกาลที่เรียกว่า “เทศกาลชาเขียวแห่งโพซอง (보성 다향제- โพซอง ทายางเจ)”ขึ้นมา โดยในงานนี้ นักท่องเที่ยวจะสามารถสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆที่ถูกจัดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเก็บใบชา,การทำชา, ชมการแสดงละครพื้นบ้านและการแสดงดนตรีอีกด้วย

นอกจากนี้ในช่วงระหว่างตั้งแต่ปลายเดือน 4 จนถึงปลายเดือน 5 ที่ภูเขาอิลลิมที่ตั้งอยู่ทางใต้ของ อำเภอโพซองก็มีการจัดงาน “เทศกาลดอกช้อลจุกบาน (철쭉제- ช้อลจุกเจ)”ด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่สามารถดึงดูดนักปืนเขาได้อย่างมาก อันเนื่องมาจากสีสันอันสวยงามของดอกช้อลจุกที่กำลังเบ่งบานยาวตลอดเส้น ทางกว่า 2,500ไร่ เลยทีเดียว


ที่มา : Saranghey.com

Tagged with:

preload preload preload